สุมาอี้ จงต๊ะ

“เล่าปี่ โจโฉ ซุนกวน ต่อสู้แย่งชิงกันมา สุดท้ายสุมาได้ครองแผ่นดิน”
คำๆนี้น่าจะเป็นบทสรุปของเรื่องสามก๊กได้ดีที่สุดล่ะมั้ง
เขาไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังมาจากไหนอย่างมังกรหลับขงเบ้ง แต่จู่ๆก็โผล่ขึ้นมากลายเป็นบุคคลที่ขงเบ้งไม่อาจจะเอาชนะได้จนกระทั่งตายลง
เขาไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังมาจากไหนอย่างมังกรหลับขงเบ้ง แต่จู่ๆก็โผล่ขึ้นมากลายเป็นบุคคลที่ขงเบ้งไม่อาจจะเอาชนะได้จนกระทั่งตายลง

เรื่องสามก๊กเปิดฉากจากเล่าปี่ โจโฉ ภายหลังจึงมีซุนกวน และก็กลายเป็นการต่อสู้ของทั้งสามคน แต่สุดท้ายแผ่นดินจีนกลับไปตกเป็นของตัวละครตัวหนึ่งในเรื่องสามก๊กที่กว่าจะขึ้นมามีบทบาทอย่างจริงๆจังก็ช่วงที่แผ่นดินเริ่มแบ่งเป็นสามแล้ว ซึ่งตัวละครตัวนี้ตอนที่โผล่ขึ้นมาทีแรกยังเป็นเพียงแค่กุนซือธรรมดาๆที่ไม่ได้มีความสำคัญหรือตำแหน่งใหญ่โตอะไรในฝ่ายวุยก๊กของโจโฉ แต่ใครจะคาดคิดว่าภายหลังเขากลับสามารถโค่นล้มตระกูลโจ ปูทางให้ลูกหลานรวมแผ่นดินได้สำเร็จงั้นก็
ไปดูประวัติของจิ้งจอกเจ้าเล่ห์คนนี้กัน
สุมาอี้ หรือซือหม่าอี้ ชื่อรอง จงต๊ะ เกิดในปีค.ศ.179 เป็นบุตรชายคนรองของสุมาฮอง ผู้ว่าการแห่งนครหลวงลั่วหยางในตระกูลขุนนางชั้นสูงแห่งเฮอไนใน วัยเด็กเขาได้รับการศึกษา ร่ำเรียนสรรพวิชา หลักปรัชญาของขงจื๊อ เม่งจื๊อ เรียนหลักพิชัยสงคราม หลักการปกครอง และรำทวน ขี่ม้า ยิงธนู เรียกว่าได้เรียนทุกอย่างครบเครื่องตามแบบฉบับของบุตรที่เกิดจากตระกูลขุนนางเลยทีเดียว และจะว่าไปเขาก็มีพื้นเพการศึกษามาคล้ายๆกับโจโฉ สุมาอี้นับเป็นคนดังคนหนึ่งแห่งเฮอไน ด้วยความอัจฉริยะและความฉลาดหลักแหลมจนเป็นที่กล่าวขวัญ ประกอบกับตระกูลสุมาและโจโฉนั้นมีบุญคุณผูกพันกันอยู่เนื่องจากสุมาฮองบิดาของสุมาอี้นั้นเคยช่วยเหลือโจโฉในสมัยที่ยังรับราชการในเมืองหลวง ด้วยความสัมพันธ์เช่นนี้ทำให้โจโฉอยากได้สุมาอี้ตัวมารับใช้ แต่เขาไม่อยากไปอยู่กับโจโฉ ตามตำราและตามนิยายสามก๊กบรรยายในทำนองว่าสุมาอี้นั้นเกรงกลัวโจโฉจึงไม่อยากไปอยู่ด้วย บางเล่มก็ว่าเพราะโจโฉเป็นคนโฉด หรือไม่ก็เพราะสุมาอี้นั้นก็คิดการใหญ่ไว้เหมือนกัน
สุมาอี้แกล้งป่วยเพื่อบอกปัดไม่ไปอยู่กับโจโฉ แต่โจโฉขู่ว่าหากไม่มาจะจับฆ่าเสีย สุมาอี้จึงจำต้องเข้ารับราชการโจโฉเมื่อได้ตัวสุมาอี้มาแล้ว ก็ให้เขาเป็นเสนาธิการ ที่ปรึกษาด้านการทหาร แต่ก็น่าแปลกที่โจโฉไม่ค่อยจะเชื่อในคำแนะนำของสุมาอี้เท่าใดนัก ทั้งที่ๆความเห็นที่เขาเสนอต่อโจโฉนั้นค่อนข้างจะเฉียบขาดและยอดเยี่ยม ถ้ายังไงจะขอเก็บเอาเรื่องนี้ไว้พูดถึงในตอนหลังอีกทีตอนที่สุมาอี้มาอยู่กับโจโฉนั้นเป็นช่วงที่ดวงของยอดคนผู้นี้กำลังรุ่ง เขาทำสงครามปราบปรามอ้วนเสี้ยวทางภาคเหนือลงได้ ทำให้กลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ควบคุมแผ่นดินภาคเหนือและกลางขอประเทศได้ทั้งหมด และเตรียมตัวจะทำการรุกลงใต้เพื่อรวมประเทศให้เป็นหนึ่งเดียว
ช่วงปลายชีวิตของโจโฉนั้นเขาเคยพูดกับโจผีเกี่ยวกับสุมาอี้ในทำนองว่า อย่าให้เจ้านี่มันได้กุมอำนาจทหารเด็ดขาด แสดงว่าโจโฉตีค่าสุมาอี้ไว้สูงมาก และมองออกถึงความทะเยอทะยานของชายคนนี้ ว่าถ้ามีอำนาจทหารล่ะก็ จะเหมือนการติดปีกให้แก่จิ้งจอกโจโฉสิ้นลงในปี ค.ศ.220 บุตรชายคนโตโจผีขึ้นสืบทอดอำนาจต่อ และสถาปนาตัวเป็นฮ่องเต้แห่งราชวงศ์วุยฮั่น ส่วนสุมาอี้นั้นมีความสนิทสนมกับโจผีในฐานะที่ปรึกษาคนสนิทมาตั้งแต่สมัยก่อน จึงได้เป็นหนึ่งในคณะเสนาบดีที่คอยดูแลบ้านเมือง
โปรดติดตาม blog ต่อไปเร็วๆนี้
COMING SOON
boat freeman
เข้าข่ายที่ว่าตาอินทร์กับตานา
ตอบลบที่ช่วยกันหาปลา
แล้วต่อมาปลาหายาก
เลยล่องเรือไปหาตาอยู่
สุดท้ายเรือล้ม
จึงเข้าสุภาษิตที่ว่า
เรือล้มในหนองทองจะไปไหน.....
อ่านไปก็งงไปเอาหลายเรื่องมาผูกกันแต่ก็ดีนะ
ตอบลบโอ้โฮ้ ! ไงมาแนวนี้แนวนี้เลยหรอ
ตอบลบน่าจะไปทำสารคดนะ เข้ากันดี อิอิ
ประวัติศาสตร์แน่นจริงนะ
ตอบลบเอ๊ะ เค้าว่าคนอ่านสามก๊กจบ คบไม่ได้ จริงป่ะ คิกๆๆๆๆๆ เออว่าแต่ว่า สุมาอี้นี่มีญาติอยู่แถวเชียงใหม่ป่ะ เห็นคนเจียงใหม่ชอบอู้บ่อยๆ ว่าสุมาเต๊อะ เจ้าๆๆ ฮะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ตอบลบรูปหล่อจัง
ตอบลบจึงเกิดสำนวนที่ว่า "ขงเบ้งว่าแน่...ยังแพ้สุมาอี้"
ตอบลบซึ่งมีความหมายว่า เหนือฟ้า...ยังมีฟ้า (เหนือปลาร้า..ยังมีหนอน)
ฮิ ฮิ
ก็ดี อิงประวัติศาสตร์ สามก๊ก ครับ
ตอบลบดีใจนะที่ย้อนเอาความรู้ตั้งมัธยมมาใช้ประโยชน์น่ะ
ตอบลบดูแต่ภาพมันสวยดี
ตอบลบเขาต่อสู้กันแทบตาย.....อยากนี้เรียกชุปมือเปิปหรือเปล่าเนี้ย
ตอบลบสุดยอดเนื้อหาดี
ตอบลบรูปสวย
มีประโยชน์
รูปหล่อมากเลย(สุมาอี้นะ)
ตอบลบ